Free Web Site - Free Web Space and Site Hosting - Web Hosting - Internet Store and Ecommerce Solution Provider - High Speed Internet
Search the Web



 

   

เที่ยวเสม็ด..เสร็จทุกราย

   

 

 

 

      ผมเองนายวิน, เก่ง(ข้างหลังมืดๆน่ะ), เฮ้า, ทิพ,       เอก(คนถ่ายรูป)  [ เย้ๆ กลุ่มชายล้วน ] อิอิ

 

          

   จุดเริ่มต้นของการเดินทางที่แสนจะสนุกสนานในครั้งนี้ เริ่มต้นที่ท่ารถเอกมัย สมาชิกที่ร่วมผจญภัยในครั้งนี้ก็คือ ทิพ เฮ้า เอก เก่ง ส่วนกลุ่มของน้องของผม(เนย) ก็มีดังนี้ ก้อย นุ๊ก ทีน พวกเราแนะนำตัว ทำความรู้จักกันก่อน หลังจากนั้นก็ขึ้นรถออกเดินทาง เราใช้เวลาอยู่บนรถนานมากกกก


            ก็กว่าจะออกจากสุขุมวิทได้ก็แทบแย่ ใช้เวลาทั้งหมด 3 ชั่วโมงครึ่ง นั่งก็แล้ว นอนก็แล้ว โทรศัพท์ ฟังเพลง ร้องเพลง นั่งแคะขี้มูก เกาคาง คุยกัน กินขนมจนหมดแล้วก็ยังไม่ถึง แล้วไม่รู้คนขับรถเป็นอะไรไม่รู้ เปิดๆปิดๆไฟอยู่นั่นแหละ จะนอนก็นอนไม่ได้ หาอะไรทำดีกว่าก็เลยหันไปเมาท์กับทิพก็โอเคสนุกดี นินทาเพื่อนดีกว่า.. หลังจากนั้นเราก็เลยนั่งนินทาเฮ้า
ระยะเผาขน เหอะๆ

 

      

 

        ถึงแล้วบ้านเพ เราเดินออกไปซื้อของเตรียมหิ้วเข้าไปบนเกาะ นายเก่งกวาดช๊อคโกแลตไป 6 กล่อง..เอ่อ ยังดำไม่พออีกหรอ หัดกินนมซะบ้างนะเก่ง อิอิ ส่วนผมก็เหมาชาเขียวไป 12 กล่อง กะว่าเราจะไปอัพกันที่นั่น ออกจาเซเว้น ก็เห็นนุ๊กกับทีนร่ำๆอยากจะตบนังชะนีที่ขายหอย..ทอด ดีที่ห้ามไว้ทัน ไม่งั้นอาจจะเกิดเหตุนองเลือดได้ หลังจากนั้นเราก็มานั่งกินหญิงห้าบะหมี่เกี๊ยว เอ๊ะ สงสัยจะจำผิด อ้อ ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว ซึ่งมีขายทั่วไปตามข้างถนนทั่วประเทศ แต่ร้านนี้สิเด็ดจริง กินไปกินมานึกว่ากินผัดหมี่ซั่วอยู่ - -"


        อารายกัน
สาวน้อยชะนีขายหอยร้านนั้นยังตามมาหาเรื่องอีกหรือนี่ ..สุดท้ายก็โดนแกล้งไปบอกให้เรืออกก่อน เราเลยต้องเหมาเรือไปกันเองคนละ 100 อืมช่างมัน... สัพเพสัพตา..เวราโหตุ ... เวรย่อมระงับด้วยการจองเวร

 

  ก้อย, เนย, วิน, จระเข้..เอ๊ย..ทีน, นุ๊ก

 ทิพกำลังอุ้ม แมวประหลาดอยู่

 

        

        ..เสียงเรือยนต์ดังกระหึ่มอยู่เบื้องหลัง ท้องฟ้าสีดำโล่งกว้าง ระยิบระยับไปด้วยแสงของดวงดาว เกลียวคลื่นถาโถมเข้าหาตัวเรือ พวกเราหวีดร้องด้วยความเสียวท้อง อย่างสนุกสนานเวลาที่คลื่นสูงๆยกตัวเรือขึ้น พวกเราเปล่งเสียงร้องเพลงกันอย่างมีความสุข..


        แล้วทิพก็จับ
แมวประหลาดที่ตามเราขึ้นมาบนเรือมาอุ้ม แมวตัวนี้หน้าตาขี้เหร่ อย่างแรงเลย หน้าคล้ายๆเพื่อนเราคนนึง ผมจึงรีบให้เอกเก็บรูปมาฝากเพื่อนๆ ส่วนเจ้าเอกมีอาการอิจฉาแมวตัวนั้น ก็เลยพยายามจะแกล้งและโยนมันลงทะเล แล้วยังบอกอีกว่า แมวสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ ...แต่เอเสียงส่วนใหญ่ ทำไมเค้าไมเค้าไม่เลือกเอกหว่า อิอิ

        แล้วเราก็มาถึงเกาะเสม็ดจนได้ เราเช่ารถไปลงที่บังกะโลของเราสองข้างทางเต็มไปด้วยที่พัก นักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและฝรั่ง โชคดีที่ไม่เจอเขมร...

 
 

 

 
 

         ...ที่พักของเรานั้นเป็นบ้านพกที่มีห้องติดกัน ห้องน้ำสะอาด ที่นอนก็โอเค หลังจากที่เก็บสัมภารกเสร็จ เราก็เดินออกไปที่อ่าวไผ่ สิ่งแรกที่เราเห็นคือบาร์ที่มีนักท่องเที่ยวทั้งยืนเต้น นั่งเต้นกันอย่างสนุกสนาน มีการแสดงควงไฟให้ดด้วย
 

        สิ่งที่สองที่เห็นก็คือ สุนัข.. หรือหมานั่นแหละ หมาที่นี่แปลกมาก ไม่ว่าจะเป็นพันธุ์อะไร ทั้งอัลเซเชี่ยน หมา

 
 

ไทย-หมาเทศ หลังอาน ไม่อาน หางตกหางตั้ง หรือแม้แต่ขี้เรื้อน ก็จะมีรูปร่างทรงเดียวกันหมดคือ ทรงหมาไส้กรอก เห็นแล้วตลกดี หน้าเป็นอัลเซเชี่ยนแต่ขาสั้นตัวยาวๆ น่าจับกลับไปบ้านจัง...

 

  อ๊ายยย ถ่ายใหม่ได้ไหม เดี๋ยว ทีนจิ๋มโผล่ !!!

                ทิพกับช้าง ..เอ๊ย!  ช้าง กับ แพะ ..                เอ๊ย! ทิพ กับ แพะจอมตะกละ

 

     นายเอกเริ่มถ่ายรูปเก็บบรรยากาศ แล้วก็มีเสียงร้อง ท้วงขึ้นมา    "อ๊ายยย ถ่ายใหม่ได้ไหม เดี๋ยว ทีนจิ๋มโผล่ !!!"
ฮาตรึมครับท่านผู้อ่าน บางคนฮาจนสลบเหมือดไป


       พวกเราจับกลุ่มนั่งคุยกัน ดูวิว ดูดาว ฟังเสียงคลื่น ฟังเรื่อง
นินทา.. แล้วเฮ้าก็ยกสมาคมแม่บ้านไปถึงเกาะเสม็ดจนได้ ผมก็ไม่ยอมแพ้สิ ขนเอาชมรมขนหัวลุกไปเหมือนกัน สุดท้ายก็หลอนกันหมด ส่วนหญิงเข้ เอ๊ย น้องทีนของเราก็ชอบเล่นกับไฟจิงๆ ทั้งจุดและเผา กะว่าจะให้บรรยากาศโรแมนติกไง ส่วนเฮ้ากะเอกทีแรกก็บ่น แต่ทีหลังก็เล่นกะเค้าด้วย   แล้วเราก็เจอเจ้าแพะตะกละ เดินตามถุงขนมตลอดเวลา แถมยังแอบมาขโมยขนมตอนที่เราเล่าเรื่องผีกันอยู่อีก เล่นเอาเราผวากันหมดเลย

        ประมาณตี2ครึ่ง เราก็เดินกลับห้องด้วยความโรแมนติกปนสยองขวัญ นิดๆ

 
 

      

       คืนนั้นกว่าเราจะนอนกันได้ก็แทบแย่ มัวแต่เล่นแกล้งกันอยู่นั่นแหละ ทุกคนช่วยกันรุมเอก แต่คนที่ซวยคือผม เพราะนอนข้างล่างกับมัน ทำอะไรใครไม่ได้ก็แกล้งผมซะนี่ (เอาน่า...แฟนเราก็เหมือนแฟนเพื่อนนั่นแหละน่า..ถ้าแบ่งได้ก็แบ่งๆกันไป อิอิ)


       แล้วกลางดึกคืนนั้นก็เกิดเรื่องประหลาดขึ้น ผมได้ยินเสียงเคาะประตูตอนประมาณตี 4 คิดในใจว่าเป็นใครกันนะถามแล้วไม่ยอมขานตอบ นึกในใจถ้าเป็นผู้ร้ายแล้วจะทำยังไง ไม่ได้พกอาวุธมาเลย ทั้ง
เสปรหมูกระเทียมพริกไทย, มีอีโต้พับ(เพียบ) เฮ่อ ผมพกมาแค่ที่แคะขี้เล็บจะเอาไปทำอะไรได้ แต่พอเปิดออกไปกลับไม่มีใครอยู่แถวนั้นเลย บรื๋อ สงสัยลืมสวดมนต์

 

 

  หญิงเข้ กำลังเล่นกับไฟ

 

        ตื่นมาด้วยเสียงโทรศัพท์ที่ระงปลุกกันสนั่นห้อง กว่าจะแซะตัวเองออกจากเตียงได้ ได้ยินเสียงห้องข้างๆโวยวาย สงสัยคงจะ ตื่นขึ้นมาส่องกระจก ..เห็นหน้าตัวเอง เลยคิดว่า ผี !


      เราออกไปเดินชายหาดยามเช้ากันสามคน ทิพ เอก และผม ส่วนคนอื่น
ยังโดนผีอำอยู่..เลยไม่ตื่น

     ...ท้องฟ้าสะท้อนเป็นสีชมพู ก้อนเมฆสีเหมือนลูกกวาดลอยนิ่ง สายลมเย็นพัดใบไม้พริ้วไสว เราเดินเลียบชายหาด ปล่อยให้ฟองขาวของปลายคลื่นกระทบกับเท้าของเรา ปล่อยใจล่องลอยไปกับความสวยงาม ไม่ต้องมีคำพูดใดๆมาบรรยาย ผมสามารถรับรู้ถึงความสุขนี้ได้จากรอยยิ้มที่เปี่ยมสุขของเพื่อนทั้งสอง ว้าว แสงแดดอบอุ่นเริ่มทอแสงแล้ว เห็นทีจะต้องไปเรียกเพื่อนๆและน้องๆให้ตื่นกันซะที

 

  น้ำใส ทรายขาว ฝรั่งสาวๆ..ก็สวย อิอิ

  คร่อกกก ...ฟี้  zzZzZ

 

       พวกเช่ารถไปยังอ่าวพร้าว ผมต่อราคาจนปากเปื่อย กว่าเค้าจะยอม คนเสม็ดไม่ได้ใจแคบนะ เพียงแต่ต้องตื้อเค้าหน่อยเท่านั้นเอง ..ทางไปที่อ่าวพร้าวเป็นดินลูกรังคดชันและกันดาร พวกเราถือโอกาสย้อมผมกันใหม่ น้องทีนละเลงครีมกันแดดจนหน้าขาวลอยเด่น ส่วนนายเก่งทาแล้วก็ยังดำเหมือนเดิม หน้าตาผดุงความยุติธรรมไม่เคยเปลี่ยน.. อิอิ

        ท้องทะเลสีเขียวอ่อนใสถูกล้อมด้วย ภูเขาทั้งสองด้าน คลื่นบางเบากระทบชาดหาดอย่างทะนุถนอม ที่นี่ไม่เหมาะกับการเล่นคลื่น แต่เหมาะกับการ นอนพักตากอากาศมากกว่า พอไปถึงเนยก็เริ่มหาที่นอนทันที ไม่กล้าลงทะเลเพราะกลัวดำ นุ๊กก็คงเมนส์มาเลยลงไม่ได้ ส่วนทีนนั้น ขอ
ผ่าไฟแดงลงไปเล่น เพราะทนไม่ไหวอยากเล่น ส่วนก้อน เอ๊ย..ก้อยก็เริ่มเดินสำรวจร้านอาหาร แต่ผมก็ไม่อยากกินอะไรแถวนี้เท่าไหร่ เพราะผมเป็นคนชอบทานอะไรแปลกๆ เช่น กินฟรี..เป็นต้น

        ส่วนพวกเนยก็นอนกรนเสียงดัง..อย่างที่เห็น ฮี่ๆ

 
 

       

        ผมเตือนแล้ว เอกกับเก่งก็ไม่ยอมฟัง บอกว่าอย่าลงน้ำ พอเก่งลงมาน้ำเป็นสีดำไปหมดเลย ส่วนเจ้าเอกลงมาก็เพิ่มความเค็มเข้าไปอีก ได้ยินทะเลเรียกเอกว่าพี่ อิอิ แต่ไม่เป็นไร เรามี HERO ของงานนี้ นั่นคือ แท่น แทน แท้นนน ทิพน่ะเอง พอทิพลงมาก็เกิดคลื่นนามิขนาดย่อม พัดทะเดำๆเค็มๆออกไปหมด พวกเราก็เลยเล่นได้อย่างสบายใจ ฮี่ๆ
      พอเล่นน้ำกันหนำใจแล้วเราก็มานั่งเล่นทราย นายเอกลงทุนเป็นหุ่นให้เพื่อนแสดงฝีมือ ..ตามรูปข้างๆนี้
--->

 

 

  นายเอก เอ้ย..ผิดรูป

 

ขอไปเปลี่ยนก่อน อิอิ

 

  ชื่อภาพ : ชีวิตหลังความตาย ...งานนี้เพื่อนๆได้แกล้งสะใจ

 

       

        หลังจากที่เอกลงไปนอน พวกเราก็เอาทรายมาถมให้เป็นรูป บรรจงเติมแต่งตามจินตนาการให้เข้ากับหน้าของเอกที่สุด แล้วสุดท้ายเราก็ได้ถ่ายรูปกับเอกที่นอนนิ่งขยับไม่ได้กับพื้นทราย

        ...แล้วเราก็ได้ถ่ายรูปกับปีศาจ ดีใจเลยเอามาอวดเพื่อนๆ ให้ชื่อภาพว่า "ชีวิตหลังความตาย" (ฮี่ๆ ล้อเล่นน่า)

       เล่นได้ไม่นาน ผมก็รู้สึกว่า อยากไปเล่นคลื่นที่หาดทรายแก้ว คงแรงกว่านี้ ที่นี่ไม่ไหวน้ำสงบเหลือเกิน เล่นไปเล่นมาเหมือนจะหลับ เราจึงเช่ารถกลับไปที่หาดทรายแก้ว

        ตอนนี้สิน่าแปลกที่ ส้มเน่าของทิพเกิดปาฏิหาริย์ คลื่นเต็มสี่ขีด ทีแรกนึกว่าคลื่นหลอก แต่ที่ไหนได้โทรได้จริงๆ สงสัยเค้าเพิ่งมาตั้งเสาเมื่อเช้ากระมัง ผิดกับ GSM ของพวกผม มีอยู่ขีดเดียว จะโทรก็โทรไม่ได้ กะว่าจะโทรสาปไปหาเพื่อนซะหน่อย ถ้าโทรได้นะ จะโทรสาป ไปสาปเพือนที่มันไม่ยอมโทรมาเข้าเครื่องผมบ้าง ได้แต่นั่งอิจฉาทิพ ที่โทรคุยกะหมกระหนงกระหนิง ว้า ผมกลายเป็นคนขี้อิจฉาไปตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย

 

 
 

     หาดทรายแก้วเป็นหาดทรายที่มีทรายขาวละเอียดเหมือนนมผงไม่มีผิด นี่น่ะหรือ เกาะแก้วพิสดารที่สุนทรภู่ เคยพรรณาไว้ถึงความสวยงามของที่นี่

       โอ้ แล้วที่โขดหินด้านหน้านั่นก็มีรูปปั้นของนางเงือกกับพระอภัยมณีอยู่ด้วย ...ว่าแต่..
Butterfly Ocean หายไปไหนเสียล่ะ เหอะๆ เพื่อนๆหาเจอไหมเนี่ย อิอิ

      
อ้าวทิพหายไปไหนแล้ว....

 

  ทายซิ ใครเอ่ยยย ???

 

  โย่ว ท่าไม้ตาย กางเขนเหล็ก ฮ่าๆๆ

 

        คลื่นลูกใหญ่ถาโถมเข้าใส่พวกเรา ความสูงของมัน ท่วมหัวของพวกเรา ผมโดนแรงกระแทกอย่างแรง ปลิวลงไปใต้น้ำ ส่วนคนอื่น ลอยเคว้งไปข้างหน้า สะใจจริงๆ คลื่นแรงแบบนี้สิ ถึงจะสะใจ...


        พวกเราเล่นจับมือกันยืนหันหลังให้คลื่น ตื่นเต้น เดาไม่ถูกว่าคลื่นใหญ่จะมาเมื่อไหร่ สนุกดี
บางทีโดนคลื่นใหญ่ไปเต็มๆ 10 ลูกติด จนผมปวดคอ คนอื่นๆปวดหลังกันเป็นแถว สนุกมาก อยากให้เพื่อนๆมาอยู่นี่ด้วยจัง เสียดายที่ หมูกะโน๊ตไม่ได้มาด้วย งบที่ใช้กันไปก็แค่ 670 บาทเอง

        พวกเราตะโกนด้วยความสะใจ ฝรั่งกับคนแถวๆนั้นหันมาหัวเราะชอบใจ แหม..ก็มันมนส์นี่นา เล่นกันจนไม่ยอมเลิก จนทิพต้องมาเตือนสติว่าถึงเวลา check out แล้ว ก็เลยต้องเดินกลับ ขากลับนี่สิมีแต่อะไร
เด็ดๆให้ดูเพียบเลย

 
 
 

        เดินผ่านชายหาดเห็นฝรั่งเปลือยอกนอนแผ่หราให้แดดเผาเล่น นายเอกเดินน้ำลายหยดมาตลอดทาง อ้าวไหนว่ารักน้องTHANK คนเดียวงาย อิอิ


        กลับมาถึงห้องก็เข้าไปอาบน้ำกับเอก (ไม่ได้คิดจะแย่งน้อง thank หรอกนะ แต่ว่ามันไม่ทันแล้วล่ะ แล้วน้ำก็ไหลยังกะ
หยดฉี่อีก) ออกมาจากห้องน้ำก็เห็นเก่งกับเฮ้านอนหน้าไหม้อยู่บนเตียง (หรือเก่งไหม้อยู่แล้วหว่า..เอ่อ ขอโทษคร้าบ ทั่นเปา ข้าน้อยผิดไปแล้ว ยกโทษให้ข้าน้อยด้วยที่บังอาจล่วงเกินเรื่องสีผิวของทั่น อิอิ) ส่วนผมก็ตกใจตัวเองเหมือนกัน หน้าแดงไปหมด.. ส่วนทิพก็ยืนสางเหาอยู่หน้ากระจก อิอิ (อ้าวไม่ใช่หรอ ฮี่ๆ)


        หลังจาก check out แล้วเราก็มาถ่ายรูปหมู่ก่อนกลับเข้าฝั่ง ตอนนั้นร้อนมาก เหงื่อสาดกระจาย (แต่ทำไมเฮ้าถ่ายรูปออกมา แล้วเหมือน
เต่าก็ไม่รู้ หึหึ)

 
 

        ก่อนกลับเราแวะซื้อของฝากไปฝากเพื่อนๆ นายเฮ้าเดินซื้อของยิกเลย ส่วนเอกก็งอน เอ๊ยง่วงนอน แต่ผมก็ไม่รู้จะซื้ออะไรไปฝากหมูกับโน๊ตดี กะว่าจะซื้อพิซซ่าหน้าหญ้าไปให้ ก็เห็นโน๊ตบ่นว่า ช่วงนี้กินข้าวก็ง่วง กินหญ้าก็ติดฟัน งั้นของฝากนี่เอาไว้กินแก้อยากหมาก แล้วกันนะ ลุงนะ อิอิ
ถึงว่าสิ วันก่อนเจอโน๊ตนะเห็นนกเอี้ยงเกาะเต็มตัวเลย สงสัยจะเหงามาก

       หลังจากที่ซื้อของฝากเสร็จเราก็เดินทางกลับ การไปเที่ยวครั้งนี้สนุกอย่างบอกไม่ถูก ตลอดเวลา ทุกคนมีแต่รอยยิ้ม และเสียงหัวเราะ ได้เรียนรู้จักกันและกันมากขึ้น ได้แบ่งปัน ได้ห่วงใย ..และก็ได้ทำให้ความหมายของคำว่า"
มิตรภาพ"ของพวกเรา...มีความหมายยิ่งขึ้น


          และทำให้ผมได้เข้าใจว่า "การที่คนเราจะคบกัรักกันได้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่า เราเข้ากันได้มากแค่ไหน แต่มันขึ้นอยู่กับว่า...
เราจัดการกับความเข้ากันไม่ได้มากน้อยขนาดไหนต่างหาก"

 

  ถ่ายรูปหมู อู๊ดๆ

  เอก กับ น้อง Thank กำลังสวีทหวาน

 

และนี้ ก็สำหรับคนที่ไม่ได้ไปน้า อิอิ

  นายคนซ้ายหน้าแก่ๆเนี่ย ชื่อ โน๊ต  ส่วนนาย เอ๊ย น้องเสื้อเหลืองชื่อ หมู มีเบอร์โทรด้วย (โทร โทร โทร อย่าโทร อิอิ)

 

 

[- The End -]

 

 

<-- Click here to see more pictures

Click here to comment this diary -->